กำหนดรู้ขันธ์
ปุจฉา : ในขณะที่เราคิดว่าเราจะไปนั่นไปนี่ เราจะกำหนดหมายในขันธ์ ๕ เกิดดับอย่างไร?
- การเกิดขึ้นของขันธ์ ๕ จะเกิดร่วมกันไม่แยกกัน ในหนึ่งความคิดจะมีขันธ์ ๕ ครบอยู่ในนั้น ให้กำหนดหมายในขันธ์ ๕ แยกออกตามความเป็นจริงดังนี้ ความตรึกนึก เป็นสังขารขันธ์ เรื่องราวที่ตรึกนึกเป็นสัญญาขันธ์ ความรู้สึกในขณะที่ตรึกนึก(สุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์) เป็นเวทนาขันธ์ การรับรู้การตรึกนึก เป็นวิญญาณขันธ์ ผู้ตรึกนึกคือรูปขันธ์ เมื่อสิ่งที่ตรึกนึกนั้นเกิดขึ้น คือความเกิดขึ้นของขันธ์ ๕ เมื่อเรื่องที่ตรึกนึกนั้นดับไป คือความดับของขันธ์ ๕ ให้กำหนดหมายอย่างนี้
ผู้ถาม : แล้วที่พระอาจารย์สอนว่าให้กำหนดดูขันธ์ใดขันธ์หนี่งเกิดดับ กับการกำหนดดูแยกแต่ละขันธ์นั้น ควรทำอย่างไหนจึงจะถูก?
- หากได้เรียนรู้อาการของขันธ์ที่เกิดดับในแต่ละอาการได้แล้ว ก็ให้ยกขันธ์ใดขันธ์หนึ่งขึ้นมากำหนดหมายในการดู ไม่จำเป็นต้องจับดูทุกขันธ์เสมอไป
ผู้ถาม : หากเรากำหนดหมายทักความฟุ้งซ่านเกิดดับอย่างเดียวโดยไม่กำหนดหมายว่าเป็นขันธ์ไหน อย่างนี้จะได้หรือไม่ ?
- ทำได้ แต่เมื่อทำไประยะหนี่งแล้ว ควรกำหนดเทียบเคียงกับขันธ์ ๕ ไว้ด้วยว่า ความฟุ้งซ่านคือความคิดที่เกิดขึ้นจากการปรุงแต่งของขันธ์ ซึ่งก็หมายความว่าขันธ์ ๕ ปรุงแต่งตัวเองจนเกิดการฟุ้ง เมื่อเราทักว่า 'เรากำลังฟุ้งซ่าน' อารมณ์ที่ฟุ้งจะถูกรู้จากเรา ก็เท่ากับขันธ์ ๕ ถูกรู้ไปด้วย เมื่อเห็นความฟุ้งซ่านดับ ก็คือการเห็นขันธ์ ๕ ดับไป
ผู้ถาม : เราเห็นการเกิดแต่ไม่เห็นการดับ อนุสัยจะนอนเนื่องได้ไหม
- อนุสัยต้องนอนเนื่องในอารมณ์อยู่แล้ว จะเห็นหรือไม่เห็นก็ตาม เพียงแต่ว่าหากเราเห็นอนุสัยเกิดมาพร้อมกับเวทนา ๓ อนุสัยจะไม่สะสมเป็นเครื่องหมักดองสันดานได้ ถ้าเราเห็นเพียงการเกิดแต่ไม่เห็นการดับ อนุสัยก็เกิดนอนเนื่องมาตามธรรมดา แต่อนุสัยจะไม่สืบต่อในอารมณ์แต่ละขณะจิตจนกว่าอารมณ์จะดับ
ผู้ถาม : บางครั้งอารมณ์ไม่ดับในขณะที่ดูนั้น เป็นเพราะอะไร?
- เพราะอารมณ์ได้รวมตัวกันกับจิตแล้ว หมายถึงว่าจิตได้ผสมกับอารมณ์แล้วก่อให้เกิด “อัตตา” ขึ้นมา อัตตานี้เองได้กระทำตอบต่ออารมณ์โดยการปรุงแต่งอารมณ์ไว้กับจิต ทั้งๆที่อารมณ์ที่กระทบจริงนั้นดับไปแล้ว แต่อารมณ์ที่อัตตาปรุงแต่งขึ้น(คิดต่อจากอารมณ์จริง)ทำให้เราดูเหมือนว่ามีอารมณ์ตกค้างอยู่ไม่ดับลงง่ายๆ(ที่แท้เป็นอารมณ์หลอก) หากเรา “เห็นทัน” เมื่ออารมณ์มากระทบ จิตจะแยกออกจากอารมณ์ จิตก็เป็นจิตปกติเหมือนก่อนที่จะถูกกระทบ อารมณ์ก็เป็นอารมณ์ที่มาสัมผัสให้รับรู้แล้วก็ดับไป ไม่มีอัตตาเป็นผู้ปรุงแต่งต่อ จิตก็จะเห็นการเกิดการดับของอารมณ์ได้
สถานศึกษาธรรมป่าโสกนาฮัง 1 มิถุนายน 2563 จารุวณฺโณ ภิกฺขุ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น