สีลัพพัตตปรามาส กับ สีลัพพัตตุปาทาน ต่างกันอย่างไร
สีลัพพัตตปรามาส กับ สีลัพพัตตุปาทาน ต่างกันอย่างไร
ปุจฺฉา : สีลัพพัตตปรามาส กับ สีลัพพัตตุปาทาน ต่างกันอย่างไร ดับสนิทในชั้นไหน
วิสัชชนา : สีลัพพัตตปรามาส เป็นชื่อของสังโยชน์เบื้องต่ำ แปลตรงตัวว่า “การลูบคลำศีลพรต” ถอดความหมายที่เข้าใจได้ว่า “การปฏิบัติด้วยความงมงาย” เช่น ถือวัตรปฏิบัติเพื่อลาภสักการะ ถือศีลเพื่อต้องการให้คนยกย่อง ทำสมาธิเพื่อให้คนนับถือ เจริญปัญญาเพื่อให้คนเคารพในปัญญาของตน และการถือผิดแบบงมงายอย่างอื่นก็มีอีกมาก เช่น รดน้ำมนต์ บวงสรวง ดูฤกษ์ยาม เสกเป่า เข้าทรง ลงตระกรุด สะเดาะห์ ฯลฯ
สีลัพพัตตุปาทาน แปลตรงตัวว่า “การยึดถือสิ่งที่เป็นสีลัพพัตตปรามาส” ถอดความหมายออกมาได้ว่า “การยึดถือสมาทานด้วยความงมงาย” โดยผู้สมาทานเข้าใจว่าเมื่อยึดถือปฏิบัติแล้วจะเกิดมีโชค มีลาภ ชีวิตจะอยู่เย็นเป็นสุข มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตยิ่งๆขึ้นไป เช่น รดน้ำมนต์แล้วชีวิตจะมีแต่ความสุข บวงสรวงแล้วจะเจริญก้าวหน้า ดูฤกษ์ยามแล้วชีวิตจะมีแต่โชคลาภ เป็นต้น ความงมงายระดับสูงจนถึงขั้นเข้าใจว่าจิตจะบริสุทธิ์ด้วยวิธีนั้นๆ เช่น ถือศีลอย่างเดียวจะทำให้บรรลุธรรมได้ ทำสมาธิอย่างเดียวจะทำให้จิตบริสุทธิ์ได้ เจริญปัญญาอย่างเดียวจะทำให้จิตหลุดพ้นได้เป็นต้น
ความต่างกันระหว่าง “สีลัพพัตตปรามาส” กับ “สีลัพพัตตุปาทาน” คือ สีลัพพัตตปรามาสจะเกิดกับบุคคลผู้มีมิจฉาทิฏฐิ คือ “ความเห็นผิดที่คลาดเคลื่อนจากความจริง” เป็น “กิเลสวัฏฏ์” อยู่ในส่วนสังโยชน์ที่ละเอียดจะต้องอาศัยอริยมรรคเท่านั้นจึงจะละได้ ส่วนสีลัพพัตตุปาทานเกิดจาก “ความเชื่อ” ที่ถือผิดตามๆกันมา เมื่อมีผู้แนะนำให้รู้ในทางที่ถูกก็สามารถเปลี่ยนได้ในทันที จัดเป็นกัมมวัฏฏ์ที่หยาบ ละได้ด้วยอาศัยการเปลี่ยนกรรม เช่นพระปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ยึดถือการทรมานตนว่าจะบรรลุธรรมได้ พอพระพุทธเจ้าแนะนำทางสายกลางให้ปฏิบัติก็เปลี่ยนความเชื่อมาถือตามพระพุทธเจ้าจนบรรลุธรรมได้จริง
เมื่อปฏิบัติถึงความเป็นพระโสดาบันแล้ว จิตพระโสดาบันจะละ “สีลัพพัตตปรามาส” กับ “สีลัพพัตตุปาทาน” ได้อย่างเด็ดขาด ความรู้สึกของพระโสดาบันจะไม่เชื่อสิ่งอื่นนอกจากพระรัตนตรัย จิตจะหยั่งมั่นลงในพระรัตนตรัยอย่างไม่เขยื้อนเคลื่อนคลายออกจากพระรัตนตรัยตลอดสิ้นชีวิต ความเชื่อว่าสิ่งศักดิ์ทั้งหลายทั้วปวงในสากลโลกธาตุนี้ที่จะให้ดีให้ร้ายแก่มนุษย์จะหมดสิ้นออกจากจิตของพระโสดาบัน ท่านจะเชื่อกรรมเชื่อผลของกรรมอย่างสนิทใจ และไม่กลับไปยึดถือสามทานสีลัพพัตตุปาทานอีกเลยต
ลอดชีวิต
พึงทราบความเข้าใจในความต่างระหว่าง “สีลัพพัตตปรามาส” กับ “สีลัพพัตตุปาทาน” ตามคำอธิบายนี้เถิด
จารุวณฺโณ ภิกฺขุ เครดิตการถอดใจความ สามเณรจิตติศักดิ์ โสภาศรี

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น