เจโตวิมุติกับปัญญาวิมุติ
ปุจฉา : ขออนุญาตเรียนถามพระอาจารย์เกี่ยวกับการปฏิบัติเพื่อเจโตวิมุตติและปัญญาวิมุตติ จะต้องนำจิตให้ตั้งมั่น ไร้นิวรณ์เพื่อเป็นปัจจัยสนับสนุนปัญญาในการคิดพิจารณาธรรมจนถึงละอวิชชาให้ได้นั้น ดังนั้นหากไม่สามารถทำความสงบระงับนิวรณ์ได้ปัญญาวิมุตติก็ไม่เกิด แล้วจะทำอย่างไรจึงจะสงบระงับนิวรณ์ได้
.............
วิสัสชนา : เจโตวิมุตติ คือความหลุดพ้นทางใจ หรือความสงบใจจากนิวรณ์นั่นเอง ส่วนมากจะเน้นการทำสมาธิ
นิวรณ์มีความหมายว่า เครื่องกั้นไม่ให้บรรลุความดี มี ๕ อย่างคือ
๑.กามฉันทนิวรณ์ เครื่องกั้นคือกาม
๒.พยาบาทนิวรณ์ เครื่องกั้นคือความพยาบาท
๓.วิจิกิจฉานิวรณ์ เครื่องกั้นคือ ความลังเลสงสัย
๔.ถีนะมิทธะนิวรณ์ เครื่องกั้นคือความหดหู่เซื่องซึม
๕.อุทธัจจะกุกกุจจะนิวรณ์ เครื่องกั้นคือความฟุ้งซ่านและรำคาญ
การทำความความสงบใจจากนิวรณ์ เริ่มตั้งแต่การระลึกถึงพระรัตนตรัย ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ความดีเหล่านี้จัดเป็นเจโตวิมุตติทั้งนั้น เพราะจิตที่ประกอบด้วยกุศลอย่างใดอย่างหนึ่ง นิวรณ์จะเกิดขึ้นในจิตไม่ได้ และในขณะนั้นจิตก็พ้นแล้วจากนิวรณ์ทั้ง ๕
นิวรณ์ทั้ง ๕ ประการไม่ใช่กิเลส เป็นกัมมวัฏฏ์ อาศัยกุศลอย่างใดอย่างหนึ่งก็ละได้ เช่นในขณะที่ระลึกถึงพระรัตนตรัยอยู่ด้วยจิตที่เลื่อมใส กามฉันท์ พยาบาท ความสงสัย ความท้อแท้หดหู่ ฟุ้งซ่านก็หายไป เจโตวิมุตติก็บังเกิดขึ้น
ในขณะที่จิตเราพ้นจากนิวรณ์แล้ว เราก็ต้องทราบจิตที่พ้นจากนิวรณ์ของเราด้วยว่า ในขณะนี้จิตเราพ้นจากนิวรณ์แล้ว จากนั้นเราก็ยกขันธ์ ๕ ที่ได้ศึกษามาอย่างดีแล้ว นำมาพิจารณาให้เห็นความเกิดการดับตามความเป็นจริง
หากจิตเห็นการเกิด-ดับได้ชัด ปัญญาวิมุตติก็จะบังเกิดขึ้น ปัญญาวิมุติจะทำให้จิตพ้นออกจากการยึดถือขันธ์ ๕ ในคราวนั้น หากเจริญปัญญาวิมุตินี้ให้มาก กระทำให้มาก ปัญญาวิมุติจะแก่กล้าขึ้นเรื่อยๆ จิตจะเข้าถึงวิมุตติญาณทัศนะแล้วทำพระนิพพานให้แจ้งได้
จารุวณฺโณ ภิกฺขุ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น