นอกเหตุเหนือผล
การเรียนรู้เหตุผลก็เพื่อสันนิษฐานความจริงตามที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน เพราะความจริงนั้นไม่มีใครเข้าถึงได้นอกจากพระอริยเจ้า
ที่พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า "ทุกคนต้องตาย" นี้คือเหตุผล "มีการเกิด จึงมีการตาย" นี้คือเหตุกับผล ไม่ใช่ความจริง ความจริงที่เรียกว่าสัจธรรมมันอยู่เหนือนั้น
แต่การเรียนรู้เหตุกับผลที่ว่า "ความจริงคือการตาย" อย่างนี้ จะทำให้เราเกิดการปฏิบัติภายในตนเองเพื่อให้เกิดการยอมรับอะไรบางอย่าง แต่ไม่ใช่ยอมรับความแก่ ความเจ็บ ความตาย หากแต่เป็นการยอมรับความจริง(สัจจะ)ที่ว่า "เราไม่มีตัวตนที่แท้จริง เพราะเกิดแล้วก็ต้องตาย" ตัวนี้เองคือสัจจะ
เพราะฉะนั้น ผู้ที่เข้าถึงความจริงท่านจะอยู่ “เหนือเหตุเหนือผล” ทั้งหมด ท่านจึงสามารถปล่อยวางได้
การที่จะเข้าถึงสัจจะที่อยู่นอกเหตุเหนือผลนั้น จะต้องใช้ “อนุโลมญาณ” คือ ญาณหยั่งทราบตามความเป็นจริง เพื่อให้จิตคล้อยตามเข้าไปในความจริง
แม้เราจะยังไม่เห็นก็ตาม แต่ให้คล้อยเข้าไปตามหลักที่พระองค์ทรงสอนนี้ไปเรื่อยๆ เมื่อคล้อยตามไปเรื่อยๆ จิตจะมีการคลุกคลีอยู่กับหลักธรรม แล้วจะเกิดภาวะหนึ่งที่นอกเหตุเหนือผลขึ้นมาให้เราได้รับทราบ อยู่นอกเหนือการเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย พระพุทธเจ้าใช้ภาษาสื่อสารให้เราได้ทราบคือ "พระนิพพาน" นั้นแหละ
เมื่อจิตใดที่รู้ธรรมชาติแห่งพระนิพพานนั้นแล้ว จิตนั้นจะพ้นจากเหตุกับผลอันเป็นความเกิด-แก่-เจ็บ-ตาย ทั้งมวล เขาจะรู้ว่าไม่มี “ตัวตน” ของใครมีอยู่จริง ในภาวะกายกับจิตนี้เป็นเพียงองค์ประกอบกันเข้า เป็นปัจจัยเกาะกุมกันอยู่เท่านั้น นิสสัตโต-ไม่ใช่สัตว์ นิชชีโว-ไม่ใช่ชีวิต สุญโญ-ว่างเปล่า
จารุวณฺโณ ภิกฺขุ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น