การให้ทานอย่างมีปัญญา(หลวงพ่อเป)




การให้ทานอย่างมีปัญญา

๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏

ข้อธรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสนทนาธรรมของครูน้อง อุสนีย์และคณะโยมทางเชียงราย ณ ดอยธรรมนาวา กับหลวงพ่อเป
ซึ่งมีเมตตาจิตสละเวลาพูดคุยถึง 6 ชั่วโมงในวันจันทร์ที่ 27 มิ.ย.59

๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏

โยม :  หลวงพ่อคะ  เวลามีคนถือขันมาขอรับบริจาคเงินทำบุญ ซึ่งเรารู้ว่านั่นเป็นการหลอกลวงดังปรากฏเป็นข่าวอยู่เนืองๆ เราสมควรที่จะให้ทานกับบุคคลเหล่านี้หรือไม่คะ

หลวงพ่อ  : การ"ให้ทาน" ต้องไม่เลือกสัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา  และอย่าห้ามการให้ทานของผู้อื่น

ในกรณีที่โยมถามมานี้ จิตของเราได้เพ่งโทษผู้อื่นไปแล้ว คือเพ่งโทษว่าเขาเป็นคนหลอกลวง ทั้งๆ ที่เราเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่...


เมื่อมีการเพ่งโทษ ถือว่าขณะนั้นจิตเป็นอกุศล ซึ่งก่อให้เกิดภพชาติขึ้นมาทันที

ดังนั้น ถ้าหากมั่นใจว่าไม่ได้เพ่งโทษ มีจิตที่เป็นกลาง จะให้ทานแก่เขาหรือไม่ให้ก็ได้

หากจิตของเรายังไม่เป็นกลางพอ สมควรที่จะให้ทาน มีน้อยก็ให้น้อย ให้ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น

การให้ทาน ไม่ต้องปรุงแต่งสังขารว่าบุคคลผู้รับทานจะหลอกลวงหรือไม่ ให้คิดเสมอว่าเมื่อให้ทานแล้วบุญที่กิดขึ้นก็เป็นของเรา  ส่วนผู้รับทานนั้นหากเขาหลอกลวงจริง เขาก็จะเป็นผู้รับวิบากกรรมจากการหลอกลวงนั้นเอง หนีไม่พ้นหรอก

ในเรื่องการให้ทานนั้น ให้ทุกคนตั้งเมตตาจิตไว้ในใจ คือมีความเมตตาต่อคน ต่อสัตว์ ต่อทุกๆ สิ่ง เพื่อจิตจะสัมผัสแต่เรื่องที่เป็นกุศล  และจะไม่เพ่งโทษต่อสิ่งใดๆ 

เมื่อมีเมตตาจิตแล้ว หากมีคนมาขอรับทานหรือขอความช่วยเหลือ เราควรจะทำทานหรือให้ความช่วยเหลือตามกำลังความสามารถที่จะให้ได้ 

ในกรณีที่ต้องการทำบุญเองโดยไม่มีใครมาขอ  เราสามารถเลือกได้ว่าจะทำบุญกับใคร ทำบุญที่ไหน ทำบุญมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับวิจารณญานของเราเอง

การ"ให้ทาน"เช่นนี้ถือว่าเป็นการให้ทานอย่างมีปัญญา.... 😀😀😀

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม