ธรรมนาวา

ธรรมนาวา

        ธรรมนาวาได้ถูกเขียนขึ้นเพื่อสะท้อนให้เห็นเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาในสมัยปัจจุบันซึ่งข้าพเจ้าได้มองว่าหลักคำสอนที่ได้ถูกถ่ายทอดโดยตรงจากพระพุทธเจ้า ได้มีข้อปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตรงกันสำหรับชาวพุทธในปัจจุบันนี้เพราะหลักคำสอนได้ถูกนำมาปฏิบัติแบบต่างคนต่างทำโดยอ้างกาลสมัยที่เปลี่ยนไปมีหลายแง่มุมที่ถูกมองข้ามมีหลายเรื่องราวที่ถูกบิดเบือนจนทำให้เกิดความเข้าใจศาสนธรรมที่คลาดเคลื่อนสิ่งที่เกิดขึ้นมาในพุทธศาสนาในยุคนี้คือการปฏิบัติกิจทางศาสนาที่รักษา แต่เปลือกนอกเท่านั้นคำว่ารักษาที่เปลือกนอกไม่ใช่เป็นการรักษาที่ตัวเปลือก แต่เป็นการรักษาสิ่งที่อยู่นอกเปลือก (คือสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนไว้) โดยที่เข้าใจว่าเป็นเปลือกของศาสนามันจึงกลายเป็นปัญหาสำหรับพุทธ บริษัท ที่ไม่รู้แม้กระทั่งเปลือกของพุทธศาสนาที่ตนนับถือแล้วอย่างนี้พุทธ บริษัท จักรู้ถึงแก่นของพุทธศาสนาอย่างไรได้

        เนื้อเรื่องทั้งหมดที่เขียนขึ้นหาได้กล่าวโจมตีใครไม่หาก แต่เป็นการชี้แจงเพื่อแยกให้เห็นข้อเท็จออกมาจากข้อจริงในหลักมัชฌิมาปฏิปทา (ทางดำเนินสายกลาง) ที่พระพุทธองค์ทรงชี้แนะไว้ซึ่งก็เป็นแบบฉบับตายตัวอยู่แล้วหาก แต่พุทธ บริษัท ๔ ขบคิดพุทธภาษิต (คำสอน) ในบางแห่งไม่แตกจึงเกิดการปฏิบัติผิดขึ้นในหลักของมัชฌิมาปฏิปทาซึ่งทำให้รูปลักษณ์ทางพระพุทธศาสนาถูกบิดเบือนไปเนื่องด้วยว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่สงบสันติไม่ควรติเตียนกล่าวร้ายให้โทษใคร ๆ 

        พุทธ บริษัท บางท่านอาจจะไม่เห็นด้วยกับหนังสือประเภทนี้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนไว้พระพุทธองค์ตรัสสอนในมหาปรินิพพานสูตรว่า "ภิกษุผู้เป็นสาวกของเราต้องเป็นผู้ฉลาดผู้แกล้วกล้าเป็นผู้ศึกษาเล่าเรียนเป็นพหุสูตทรงธรรมปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมปฏิบัติชอบประพฤติตามธรรมเรียนกับอาจารย์ของตนจักบอกพระธรรมจักแสดงพระธรรมจักบัญญัติพระธรรมจักแต่งตั้งพระธรรมจักเปิดเผยพระธรรมจักจำแนกพระธรรมจักทำให้ตื้นจักแสดงธรรมมีปาฏิหาริย์ข่มขู่ปรับปวาท (ปะ-รับ-ปะ-วาด) ที่เกิดขึ้นให้เรียบร้อยโดยสหธรรม (เป็นผู้สามารถพิสูจน์และแย้งความเชื่อที่ผิด ๆ ได้)" 

        การเขียนข้อความเพื่อติเตียนบุคคลอื่นเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ก็ต่อเมื่อผู้เขียนนั้นเขียนด้วยความตั้งใจที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริงในเรื่องนั้นหรือเขียนเพื่อที่จะเยาะเย้ยถากถางกันข้าพเจ้ารู้สึกตัวดีว่าข้าพเจ้าได้หลีกเลี่ยงการกระทำเช่นนั้น และอาจดูเหมือนว่าข้าพเจ้าได้เขียนรุนแรงไปเกี่ยวกับวัตถุปลุกเสก แต่ข้าพเจ้าก็หวังว่าท่านที่อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วคงจะไม่เข้าใจผิดว่าข้าพเจ้าเขียนด้วยอำนาจของโทสะหนังสือเล่มนี้มีจุดประสงค์อยู่สี่ประการคือ

        ประการแรกเพื่อสะท้อนให้เห็นเรื่องราวทางพุทธศาสนาที่พุทธ บริษัท มีค่านิยมผิด ๆ ในการสร้างวัตถุปลุกเสกขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องสักการบูชาจนเกิดการติดโดยที่ไม่ได้คำนึงถึงโทษที่จะตามมา ๆ    

        ประการที่สองเพื่อให้พุทธ บริษัท พินิจพิเคราะห์เรื่องราวทางพระพุทธศาสนาให้ถ่องแท้มองให้เห็นข้อบกพร่องมองให้เห็นปัญหาแล้วทบทวนพิจารณาให้รอบคอบว่าเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาในเวลานี้ดำเนินมาถูกทางแล้วหรือยัง

        ประการที่สามเพื่อให้ชาวพุทธรุ่นใหม่ตื่นตัวกับศาสนาของตนแล้วหันมาสนใจหลักคำสอนมากขึ้นตระหนักในคุณค่าของศาสนาที่ตนนับถือซึ่งภาพลักษณ์ทางศาสนาได้ถูกมองไปต่าง ๆ นา ๆ จากชาวพุทธรุ่นใหม่

        ประการที่สี่เพื่อที่จะได้อำนวยแก่ความเข้าใจสำหรับผู้ที่มีการนับถือที่ต่างไปหาได้กีดกันหรือกล่าวโทษและให้ร้ายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดทั้งสิ้นหาก แต่ต้องการความเป็นมิตรไมตรีที่ดีต่อกันใครเคยนับถือแบบใดก็ยังคงให้นับถือแบบนั้นต่อไป แต่จะต้องไม่ปนเปกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาซึ่งพุทธ บริษัท ควรแยกแยะออกให้ชัดเจน

โปรดอ่านด้วยความพินิจพิเคราะห์

จารุวณโณภิกขุ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๔

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม