คำถามที่น่าสนใจในพุทธศาสนา เครดิตโดยอาจารย์จันทา ทองน้อย


ย้อนอดีต

คำถามที่น่าสนใจในพุทธศาสนา

~ปุจฉาโดยนักเรียน

~วิสัชนาโดยพระอาจารย์จารุวัณโณภิกขุ

******************




วันนี้18  มิถุนายน  2560 ดิฉันได้นำนักเรียนชั้นม.6 โรงเรียนเสนางคนิคมมาทำบุญ ถวายภัตตาหารเช้า บำเพ็ญประโยชน์ถางต้นไม้ออกจากถนนและฟังเทศน์    สถานศึกษาธรรมป่านาโสกฮัง

โดยพระอาจารย์จารุวัณโณภิกขุ

.....ปุจฉา~วิสัชนา....

ปุจฉา: 1.ถ้าต้องการปรารถนาเรื่องต่างๆทำอย่างไนจึงจะไม่ผิดหวัง

วิสัชนา: ให้ปฏิบัติดังนี้ ให้ทานในพุทธศาสนาและรักษาศีลติดต่อกัน12ปี

แล้วทุกครั้งที่ให้ทานให้ตั้งปรารถนาว่า อย่าได้ผิดหวังในชีวิต  แล้วจะสมปรารถนา

ปุจฉา: 2. กรรมของพ่อแม่ทดแทนกันได้ไหม 

วิสัชนา:ไม่ได้เพราะกรรมชดใช้แทนกันไม่ได้ ใครทำคนนั้นรับ

ปุจฉา:3.ทำไมทุกคนต้องทุกข์กับสิ่งไม่สมหวัง

วิสัชนา: เพราะความทุกข์เป็นของอยู่กับโลกเป็นสัจจะความจริงที่ทุกคนเกิดมาต้องทุกข์เพราะไมได้ดั่งใจอยู่แล้ว

ปุจฉา: 4.กรรมหนักที่สุดมีอะไรบ้าง

วิสัชนา: มี5 อย่าง

1)ฆ่าพ่อ 2)ฆ่าแม่

3)ทำให้พระพุทธเจ้าฮ้อเลือด

4)ทำให้สงฆ์อตกแยก

5)ฆ่าพระอรหันต์ มีโทษคือ ตกนรกขุมหนักที่สุด มืดที่สุดนานที่สุดทุกข์ที่สุดไม่มีสิทธิ์ไปนิพพาน พระเทวทัตยังชดใช้กรรมที่ทำให้พระพุทธเจ้าฮ้อเลือดในนี้อยู่



ปุจฉา:5.ทำไมคนทำผิดจึงยังได้ดีอยู่ อย่างพญามารในสวรรค์ชั้นสูงสุด

วิสัชนา:คนที่ทำบุญมามากแม้ทำผิดบุญที่เคยใครทำบุญก็จะยังส่งผลเขาอยู่ เขาจะยังไม่ได้รับกรรมชั่วช่วงนั้นถ้าบุญเก่าหมดกรรมทำชั่วจะส่งผล กรรมชั่วกับกรรมดีอยู่คนละส่วน 

ปุจฉา: 6. ทำบุญมากๆจะเป็นอมตะไหม

วิสัชนา: ทำบุญมากๆจะอายุยืน แต่ไม่เป็นอมตะ  จะเป็นอมตะ ได้ไม่ต้องกลับมาเกิดอีกคือนิพพาน  โดยอาศัยศีล  สมาธิ ปัญญาเป็นเครื่องออกจกทุกข์

ปุจฉา: 7.เราเคยเกิดเป็นอะไรในอดีตชาติ  

วิสัชนา: เราเคยเกิดเป็นทุกสิ่ง ทุกอย่างมีใน31 ภพภูมิ ทุกคนเคยตกนรก  ทุกคนเคย เป็นสัตว์ทุกชนิดสุนัข ไก่  วัวควาย ทุกคนเคยเป็น คนฐานะต่ำตั้งแต่ ยาจกขอทานจนถึงฐานะสูงอย่างกษัตริย์ เป็นคนพิการ  ทุกคน ตายแล้วเกิดเกิดแล้วตายกองกระดูกเท่าภูเขา น้ำตาเท่าน้ำมนมหาสมุทร  เราเกิดมาแล้วเป็นอเนกชาตินับไม่ถ้วน นี่คือกฎธรรมชาติ  มีนิพพานเท่านั้นที่ดับการเกิดได้



ปุจฉา:9.ทำไมเราต้องเวียนว่ายตายเกิดไม่มีที่สิ้นสุด

วิสัชนา: เพราะเราไม่รู้จักทางไปนิพพาน ถ้าอยาก ไปนิพพาน เราต้องมาเรียนรู้ทาง

ไปนิพพานทีนี่   ป่านาโสกฮัง พระที่นี่จะสอนทางแห่งการพ้นทุกข์


ปุจฉา:10. การตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ทำอย่างไร

วิสัชนา: ดีที่สุดคือดูแลเลี้ยงดู  และสำคัญคือแนะนำให้.่ท่านเข้ารัตนตรัย  รักษาศีล  ภาวนา  


ปุจฉา:11.เราสามารถเห็นโลกทิพย์  ได้อย่างไร 

 วิสัชนา:ฝึกสมาธิ  จะเห็นเอง

ปุจฉา: 12.การรักษาความลับทำอย่างไรจะรักษาได้

วิสัชนา:มิตรที่ดีต้องรักษา ความลับให้มิตรนั้น  ถ้าเอาไปเปิด เผยแสดงว่าทำลายมิตร เสียสัจจะบาป อย่าเปิดเผย


ปุจฉา:13.นาคมีจริงไหม

วิสัชนา:นาคมีจริง เป็นภพทิพย์  จำพวกหนึ่งแปลงร่างเป็นมนุษย์ชั่วคราว พญานาคมีองค์เดียว

คือพญาวิฬูปักษ์  พวกนาคชอบมีแถวที่มีแม่น้ำ  คำชะโนดเป็นเมืองนาคจริงแต่ ไม่ควรกราบไหว้นาคเพราะเป็นสัตว์เดรัจฉาน  เราเป็นมนุษย์ชาติภพสูงกว่านาคเราประเสริฐกว่าไม่ควรไหว้นาค  เขาภพต่ำกว่าเรา อย่างมงาย


ปุจฉา:14. ชีวิตหลังตายไปไหน

วิสัชนา:ไปตามภพภูมิที่ตนสร้าง กรรมไว้ตอนเป็นมนุษย์ ถ้าละเมิดศีล5ก็ไปอบายภูมิ4 ได้แแก่  นรก  เปรต  อสุรกาย  เดรัจฉาน  ถ้ารักษา  ภาวนา  ได้ไปเกิดเป็นมนุษย์  หรือ เกิดเป็นเทวดาในสวรรค์  หรือพรหม ถ้าภาวนาจนรู้แจ้ง ในอริยสัจสี่ก็ไม่มาเกิดอีกคือได้ นิพพาน



ปุจฉา:15. ทำไมคนเราจึงมีความรักทั้งๆที่ทุกข์

วืสัชนา: เพราะ ความรักเป็นกฎธรรมชาติของมนุษย์ คู่กันเป็นเรื่องปกติ แต่เราต้องมีสติในขณะรัก  ขณะรักอย่าละเมิดศีล5ก็จะไม่ทุกข์ และเอาใจใส่กัน 

ปุจฉา:16.การขออภัยหรือ การขมากันเป็นเรื่องที่ควรทำหรือไม่

วิสัชนา: ควรทำเพราะการขอขมาคือการยอมรับผิด คนที่ขอจะพ้นโทษแต่คนที่ไม่ยอมอภัย  จะมีโทษตามกฎธรรมชาติ  ฉนั้นควรอภัยให้กัน


ปุจฉา:17.ทำไมคนเรามีฐานะต่างกัน รูปร่างต่างกัน

วิสัชนา:พราะ คนรูปร่างหน้าตาต่างกันเพราะ การรักษาศีลต่างกัน รักษาแบบดี  แบบปานกลาง  แบบน้อย ส่วนฐานะต่างกันเกิดจากการให้ทาน  ให้ทาน มากน้อย ต่างกัน

ปุจฉา:19. คู่ชีวิตเราคือคนที่ฟ้าลิขิตมาใช่หรือไม่

วิสัชนา: ใช่เพราะเกิดจากทำบุญต่อกันชาติปางก่อน  อาจจะเจอคู่เทียมก่อนจึงจะเจอคู่แท้   แต่พระพุทธองค์บอกว่าใครผ่านเข้ามาในชีวิตเราให้ซื่อสัตย์ต่อเขาห้ามละเมิดศีลข้อ3เด็ดขาดจะเป็นบาปให้ตกนรกและดูแลเอาใจใส่ให้ดี 


ปุจฉา:20. ทำอย่างไรจึงจะพ้นทุกข์

วิสัชนา: ให้ ศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วนำมาปฏิบัติ โดยใช้มรรคแปดและ อริยสัจสี่  เป็นแนวทางปฏิบัติ

ปุจฉา:21. พระพุทธรูปเป็นตัวแทนพระพุทธเจ้าจริงหรือไม่

วิสัชนา:พระพุทธรูปไม่ใช่ตัวแทนพระพุทธเจ้า เพราะศาสนาพุทธเป็นศาสนาอเทวนิยม  พระพุทธเจ้าเป็นผู้ตรัสรู้สัจจะทรงค้นพบความจริงอยู่เหนือโลก  พระพุทธเจ้าจึงไม่ใช่เทพเจ้า และ ไม่มีรูปวัตถุใดๆสามารถปั้นหรือสร้างแทนพระองค์ ได้ พระพุทธองค์เป็นผู้บริสัทธิ์ไม่มีใครหรือ  วัตถุรูปใดๆแทนพระองค์ได้   หากแต่พระพุทธองค์ประกาศ ว่าผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรา  แสดงว่า  พระพุทธองค์ให้เรา ปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์จนบรรลุมรรคผลนิพพาน พระองค์ มิได้ให้ปั้นรูปวัตถุใดๆแทนพระพุทธองค์เลย



ปุจฉา:22ทำอย่างไรไม่มีความทุกข์

วิสัชนา: คนเราเกิดมามีทั้งความทุกข์และความสุขปะปนกันไป อยู่ที่เราจะยอมรับในความทุกข์ถ้าเราเห็นความทุกข์ เราก็จะรู้วิธีแก้ แล้วเราก็จะทุกข์น้อยลง

(..วิดานันท์ ศรีระพรม .6/3)


ปุจฉา:พระสามารถจับเงินได้ไหม

วิสัชนา:= ;สำหรับเงินและทองนั้น  เป็นสิ่งที่ไม่สมควรแก่เพศพระภิกษุ  โดยประการทั้งปวงเป็นเครื่องเศร้าหมองของบรรพชิตจริงๆ ทำให้เกิดความติดข้อง  เป็นห่วงกังวล  และไม่ต่างอะไรกับคฤหัสถ์  เพราะพระภิกษุ รับเงินและทองไม่ได้ เป็นอาบัติไม่มีข้ออ้างหรือข้อยกเว้นใด ทั้งสิ้น.....

นาย นภดล  พงษ์สิงห์


ปุจฉา:อนาคตขึ้นอยู่กับอะไร

วิสัชนา:=ขึ้นอยู่กับบุญที่เราทำมาตั้งแต่ปางก่อนจะส่งผลให้เรามีอนาคตที่เจริญก้าวหน้า

นายศุภวัฒน์ อ้วนดี    .6/3เลขที่2


ปุจฉา:"ทำไมทุกคน ต้องตาย หรือเสียชีวิต"

วิสัชนา:เพราะเป็นกฎธรรมชาติ ตายตัวของ "สัจธรรมของชีวิต"  ทุกคนต้องตาย

(นาย ธีระยุทธ ไชยสุระ  ชั้นม.6/2 เลขที่17 )


ปุจฉาโดย . ระพีภัทร์ เกษมสุข ว่า :ทำอย่างไรเมื่อมีความทุกข์? วิสัชนาว่า ปัญหาของความทุกข์คือเราไม่พอใจในปัญหาเดิมที่มีอยู่ความทุกข์นั้นจะยิ่งเพิ่มขึ้น การแก้ปัญหาความทุกข์มี2ประการ 1.ยอมรับควมทุกข์ที่มีอยู่กับตัวเรา สติจะเป็นตัวบรรเทาทุกข์

 2.รู้จักเหตุที่เกิดทุกข์ 

(. ระพีภัทร์ เกษมสุข .6/3 เลขที่19)


ปุจฉา:การมีบุคลิกภาพที่ดีไม่ประหม่าไม่ตื่นเต้นควรทำอย่างไร

วิสัชนา=ต้องมีความมั่นใจในตัวเองสูงแต่ก็ต้องรับฟังในเหตุผลของผู้อื่นบ้าง เมื่อผู้อื่นตักเตือนในทางทีดีเราควรนำมาปฏิบัติเพื่อพัฒนาตนเองให้มีบุคลิกภาพที่ดีไม่ใช่ว่าผู้อื่นตักเตือนแล้วไม่ยอมรับฟังหรือไม่ยอมฉุกคิด คิดแต่ว่าตนทำถูกแล้วเพราะเชื่อมั่นในตนเองมากเกินไป 

(..เสาวลักษณ์ คำนนท์ ชั้นม.6/3เลขที่22)


ปุจฉา:คู่ชีวิตเราคือคนที่ฟ้าลิขิตมาให้แล้วใช่หรือไม่

วิสัชนา:=ใช่ เพราะคนเราเกิดมาย่อมลิขิตคู่แท้ของตัวเองไว้แล้ว และการที่จะได้มาอยู่ร่วมกันได้นั้นมีการเกื้อกูลกันมาแต่ปางก่อน

. สุวนันท์ เกื้อทาน .6/2 เลขที่30



เครดิตเนื้อหาจารอาจารย์จันทา ทองน้อย

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม