ธรรมนาวา ๕
ขันธ์ ๕ อายตนะ ๖ ก็คือการยกเอาเรื่องของร่างกายนี้แหละขึ้นมาแสดงความจริงเพื่อให้พุทธบริษัท เลิกงมงายในร่างกายตนและร่างกายคนอื่น และเพื่อให้มีปัญญาอยู่เหนือรูปร่างทั้งหมดแล้วฝึกฝนจิตให้เข้าสู่สภาวะไร้รูปร่าง เป็นความบริสุทธิ์หมดจดปราศจากธุลีใด ๆ มาเกาะจิตได้
พระพุทธเจ้าทรงแสดงความจริงของร่างกายไว้ว่าร่างกายอันแท้จริงแล้ว ก็คือธาตุ ๔ ที่ประกอบด้วยปฐวี ธาตุดิน อาโป ธาตุน้ำ เตโช ธาตุไฟ วาโย ธาตุลม พระพุทธเจ้ายังสาธยายชี้แจงไปอีกว่าลักษณะที่แข้นและแข็งอันมีอยู่ในตัวเรา ลักษณะอันนั้นเป็นธาตุดิน มีดังนี้คือ เส้นผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูก ม้าม หัวใจ ตับ พังผืด ไตปอด ไส้ใหญ่ไส้น้อย อาหารใหม่ อาหารเก่า (อุจจาระ) อวัยวะส่วนเหล่านี้จัดเป็นธาตุดิน คำว่าเป็นธาตุดินนั้นก็คือเป็นดินนั่นเองและ คำว่าดินนั้นโปรดเทียบเคียงผืนแผ่นดินที่เราเหยียบย่ำอยู่นี้แหละ
พระพุทธเจ้าสอนให้เรามองเห็นร่างกายเป็นดินยังไม่ต้องทำอะไรอย่างอื่นไปมากกว่านี้ นอกจากการมองให้เห็นอวัยวะส่วนนี้เป็นดิน อย่าเพิ่งถามหาสมาธิอย่าเพิ่งถามหาความสงบควรฝึกหัดมองร่างกายส่วนนี้ให้เห็นเป็นดินอยู่บ่อย ๆ เสียก่อนว่าเห็นนั้นไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยตาเนื้อหรอกแต่ให้เห็นด้วยมโนภาพของเราเอง ที่จะคิดนึกขึ้นมาได้และให้เห็นร่างกายในมโนภาพที่คิดขึ้นว่าเป็นดินอยู่บ่อย ๆ เนื่อง ๆ ไม่ต้องกำหนดเวลา ไม่ต้องกำหนดสถานที่ กระทำได้ทุกที่ทุกเวลา จนให้จิตยอมรับว่าร่างกายส่วนนี้เป็นดินจริง ๆ เท่านี้ก็ถือว่าใช้ได้แล้วกระทำได้แม้กระทั่งอยู่ในห้องน้ำห้องส้วมกระนั้นหรือ?
พุทธบริษัททั้งหลายโปรดอย่าได้ดูถูกและรังเกียจก้อนอุจจาระของตนเองเลย อุจจาระเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่จัดเป็นธาตุดิน ที่ควรถูกพิจารณาด้วยเหมือนกัน นักปฏิบัติบางท่านได้เกิดปัญญารู้อบรมสัจจะในขณะอยู่ในห้องน้ำนั้น ก็มีเขาได้รู้ว่าการปวดอุจจาระเป็นทุกข์เหตุให้เกิดทุกข์ คืออาหารที่กินเข้าไปความดับทุกข์ คือการปลดปล่อยออกทางปฏิบัติให้ถึงการดับทุกข์ก็ คือการรู้ต้นสายปลายเหตุและที่มาที่ไปของก้อนอุจจาระนี้เอง เมื่อรู้เช่นนี้แล้วจึงเกิดความสลดสังเวชเบื่อหน่ายคลายความยึดติด จนสามารถปล่อยวางได้แล้วอุทานขึ้นมาในใจว่า "โอ! ช่างสุขแท้! สัจธรรมไม่ได้อยู่นอกเหนือไปจากตัวเราเลยทุกข์เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับทุกข์ ทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์มีอยู่ในตัวเราแล้ว แต่เราจะปลดปล่อยมันออกไหมก็เท่านั้นเอง" มีเหตุผลอะไรที่เราจะมองร่างกายส่วนนี้เป็นดิน?
มันต้องมีเหตุผลแน่ ๆ แต่ตอนนี้ขอให้เราสร้างเหตุก่อนแล้วผลจะตามมาเอง โดยไม่ต้องเรียกร้อง คนเรามักจะเรียกร้องเอาผลก่อน โดยที่ไม่สร้างเหตุมันจึงเป็นความมักง่ายหน่ายเร็วของพุทธบริษัท ที่มีต่อศาสนธรรมก็เพราะเราไม่ได้มองเห็นร่างกายเป็นดินตามที่พระพุทธเจ้าสอนไว้นี่แหละเราจึงไม่รู้ความจริงของร่างกายอวิชชาจึงครอบงำจิตได้ทำให้ปัญญาของเรามีดบอด
ลักษณะที่เหลวและเอิบอาบอันมีอยู่ในตัวเราลักษณะอันนั้นเป็นธาตุน้ำมีดังนี้คือ น้ำดีเสลดหนอง * เลือด มันเหงื่อ มันข้น น้ำตา เปลวมัน น้ำลาย น้ำมูก ไขข้อ น้ำปัสสาวะ น้ำเหล่านี้จัดเป็นธาตุน้ำให้ใช้มโนภาพนึกให้เห็นน้ำส่วนนี้เป็นส่วนประกอบของร่างกาย ที่ไหลแยกออกจากกันและเห็นการซึมของน้ำลงในดินให้ทำอยู่อย่างนี้เนือง ๆ จนสามารถเห็นได้ดนัดชัดเจนในภายในแห่งมโนภาพนั้นว่า น้ำในร่างกายเรากับน้ำนอกร่างกายเรา มันก็คือน้ำนั่นเอง
ลักษณะที่ร้อนและอบอุ่นในร่างกายเราเป็นลักษณะของธาตุไฟมีดังนี้คือ ไฟที่ยังกายให้อบอุ่นไ ฟที่ยังกายให้ทรุดโทรม ไฟที่ยังกายให้กระวนกระวาย ไฟที่เผาอาหารให้ย่อย จงใช้มโนภาพนึกให้เห็นการระเหยแยกตัวของธาตุไฟออกจากร่างกายที่ไปรวมกับไฟนอกร่างกาย







ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น