ธรรมนาวา ๓

       




        สิ่งที่อยากให้พิจารณาใคร่ครวญนั้น เป็นสิ่งที่เรารู้เห็นกันอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องลึกลับซับซ้อนอะไรเลยคือความประพฤติของ พระภิกษุสงฆ์ ที่มักจะขัดกับ พระวินัยอยู่โดยมาก ซึ่งเรื่องนี้พวกเราที่เป็นพุทธบริษัท ก็คงจะทราบกันดีว่าคืออะไร? หรือผู้ใดที่ไม่ทราบ รู้ไม่ทั่วถึง ก็จะไม่เข้าใจว่าสิ่งที่พระทำกันนั้น มันผิดตรงไหน

        ตัวอย่างเช่น เรื่องที่พระทำการปลุกเสกเครื่องรางของขลัง ซึ่งถือว่า เป็นเรื่องที่ผิดพระบัญญัติ (ข้อบังคับทางพระวินัย) ทำให้เกิดบาป ทั้งพระผู้ปลุกเสก และโยมผู้รับไปบูชา เมื่อการกระทำนั้นเป็นบาปแล้วจะเกิดเป็นผลบุญ สำหรับผู้ต้องการบุญอย่างไรได้

        ยังมีข้อละเมิดอีกมากมายที่พระมักกระทำกันอยู่บ่อย โดยมีความเข้าใจว่า ไม่เป็นความผิด เช่นรดน้ำมนต์ ทำนายทายทัก บวงสรวง บูชาเทพเจ้า ดูฤกษ์ยาม บอกใบ้หวย เล่นการพนันเสกเป่า เข้าทรง ลงตระกุด เล่นของขลัง ทำคุณไสย สักยันต์ สะเดาะเคราะห์ ต่อชะตา เป็นหมอยาแจกซองกฐินผ้าป่า เก็บเงินไว้เป็นของตนเอง ซื้อขายด้วยเงินตรา แสวงหาลาภยศ แย่งชิงตำแหน่ง ค้าขายวัตถุมงคล ฯลฯ 

        พุทธบริษัททั้งหลาย พึ่งพินิจพิเคราะห์เอาเถิดว่าพวกเราได้เดินห่างจากศาสนธรรมมาไกลเพียงไร?


        

        คงเป็นเรื่องลำบากแน่! ที่จะให้พระภิกษุกระทำตัวถูกต้องตามหลักพระบัญญัติ เพราะพระภิกษุได้พากันกระทำผิดพระบัญญัติ มาหลายชั่วอายุคนแล้ว ... พุทธบริษัททั้งหลายลองมองย้อนไปเมื่อครั้งพุทธกาลดูสิ พวกท่านเคยเห็นพระสงฆ์ท่านใด ที่มีพฤติกรรมแบบพระภิกษุสงฆ์ยุคนี้หรือ ถ้ามีก็จะต้องถูกขับไล่ออกจากหมู่คณะสงฆ์นั้นทันที หรือว่าคำที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้เมื่อครั้งพุทธกาลมันไร้ค่าเสียแล้วสำหรับพระภิกษุในยุคสมัยนี้

        หากแม้นว่าพุทธบริษัท ปล่อยให้เรื่องราวของศาสนาเป็นไปตามความประพฤติของพระภิกษุที่เป็นอยู่ในตอนนี้ พวกเราคงจะได้เห็นซากเถ้าถ่านของศาสนธรรมเป็นแน่ ... 

        แล้วถึงตอนนั้นพวกเราจะหันไปพึ่งอะไร? พุทธ บริษัท คงเคยได้ยินคำสั่งสอนที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า .. ดูก่อนอานนท์ธรรมก็ดีวินัยก็ดีอันใดเราได้แสดงแล้วบัญญัติไว้แล้วแก่พวกเธอธรรมและวินัยอันนั้นจักเป็นศาสดาแห่งพวกเธอทั้งหลายโดยกาลล่วงไปแห่งเรา

        พระพุทธองค์ตรัสไว้ก่อนจะปรินิพพานเป็นเหมือนกับคำสั่งเสียของคนที่ใกล้จะตายมันมีความสำคัญมากแค่ไหนต่อพุทธ บริษัท ที่จะดำเนินแนวทางตามพระพุทธศาสนาให้ถูกต้องและคำตรัสนี้เป็นเครื่องเตือนสติชาวพุทธเพื่อไม่ให้หลงหลักอันแท้จริงว่าตัวแทนของพระพุทธเจ้าคืออะไร

        แต่ถึงแม้จะมีคำเตือนนี้อยู่ชาวพุทธก็ไม่ค่อยให้ความสนใจกันสักเท่าไรเห็นตื่นตัวอยู่ แต่กับพระพุทธรูปวัตถุมงคลและเครื่องรางปลุกเสกทั้งหลายซึ่งมันก็คือผลงานของคนยุคใหม่ที่กำลังจะสวนทางกันกับศาสนธรรม


        

        มันเป็นเรื่องง่ายที่มีวัตถุมงคลไว้ห้อยคอ แต่มันไม่ได้ช่วยให้เราพ้นจากการลอยคออยู่กลางทะเลลึกได้เลยมี แต่จะถ่วงให้เราจมลงสู่ก้นทะเลลึกเร็วกว่าเวลาอันควรเมื่อได้เห็นคนที่ห้อยวัตถุมงคลแล้วชวนให้นึกถึงวัวควายที่ถูกปล่อยออกมาจากคอกมันจะมีกระดิ่งห้อยอยู่ที่คอเพื่อส่งสัญญาณให้เจ้าของรู้ว่ามันอยู่ที่ไหนผู้ที่ห้อยวัตถุมงคลก็เหมือนกันมันเป็นเหมือนเครื่องหมายที่เขาอยากบอกให้คนอื่นรู้ว่าเขาเป็นลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้า แต่เขาก็ไม่เคยเข้าใจคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเลย

        เรื่องที่เขียนขึ้นมานี้ ไม่ได้เขียนเพื่อวัตถุมงคล แต่อย่างใดหากเพียงแต่ว่าต้องการรักษาเนื้อหาของศาสนธรรมไว้ และเพื่อแก้ไขข้อกล่าวหาของผู้ที่ห้อยวัตถุมงคลที่มักจะอ้างว่า วัตถุมงคลที่เขาห้อยอยู่นี่แหละคือตัวแทนของพระพุทธเจ้า และเพื่อป้องกันความงมงาย



ติดตามตอนที่ ๔ ในครั้งหน้า

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม