ธรรมเนื้อแท้
ทุกขเวทนา สุขเวทนา เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่เมื่อเวทนานั้นแสดงออกมา เราก็สามารถรับรู้ได้
สุขจะทำให้จิตของเราโน้มเอียงไปในด้านของความเกียจคร้าน เนื่องด้วยมีราคานุสัยตามนอน ทุกข์จะทำให้เราปฏิเสธสิ่งต่าง ๆ ที่เราไม่พึงพอใจ เพราะมีปฏิฆานุสัยตามนอน ไม่สุขไม่ทุกข์ ก็มีอวิชชานุสัยตามนอน นี่คือเรื่องราวของ “ตัณหา” ที่เกิดขึ้น
บางครั้งตัณหาจะบอกกับเราว่า “เป็นสุขน่ะดีแล้ว จะต้องทำให้ชีวิตมีความสุข” ที่จริงตัณหานั้นก็มีข้อดีที่มอบความสุขให้กับเรา แต่เขามอบความสุขในช่วงแรกเท่านั้น ส่วนตอนปลายตัณหาจะโยนความทุกข์มาให้ เมื่อตัณหาโยนทุกข์มาให้ เรากลับไม่อยากได้ เราปฏิเสธ รับทุกข์ที่ตัณหาให้มาไม่ได้ เพราะผลสุดท้ายที่ตัณหาให้มาคือความทุกข์
ดังนั้น การทำตามอำนาจของตัณหา จึงเป็นการกระทำที่ทำให้ตัวเราเป็นผู้รับผลพลอยได้ที่ตัณหาจะมีให้เราในที่สุด นั่นก็คือความทุกข์ การทำตามอำนาจของตัณหาจึงเป็นสุขในเบื้องต้น แต่เป็นทุกข์ในเบื้องปลาย
หากเราไม่เข้าใจเรื่องนี้ เราจะคล้อยตามตัณหาไปเรื่อย ๆ
เมื่อเรารู้และทำความเข้าใจว่าสุขที่เกิดขึ้น ก็ไม่ควรที่จะไว้วางใจ อย่าหลงอาการแห่งความสุข แม้ความทุกข์เองก็อย่าหลงในอาการนั้น เช่นกัน ทั้งสุขและทุกข์ต่างเกิดขึ้นตามภาวการณ์ทั้งสิ้น ..
บางส่วนบางตอนจากการเทศน์เนื่องในวันพระ แรม ๑๔ ค่ำเดือน ๑๐ โดย จารุวณฺโณ ภิกฺขุ (พระอาจารย์ต้น) ณ ที่พักสงฆ์ป่านาโสกฮัง คืนวันที่ ๒๙ ส.ค. ๖๒
ท่านพระควัมปติเถระ ได้กล่าวกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย ผมได้ฟังมา ได้รับมาในที่เฉพาะพระพักตร์ผู้มีพระภาคเจ้าว่า
ผู้ใดย่อมเห็นทุกข์ ผู้นั้นชื่อว่าย่อมเห็นแม้ทุกขสมุทัย แม้ทุกขนิโรธ แม้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา
ผู้ใดย่อมเห็นทุกขสมุทัย ผู้นั้นชื่อว่าย่อมเห็นแม้ทุกข์ แม้ทุกขนิโรธ แม้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา
ผู้ใดย่อมเห็นทุกขนิโรธ ผู้นั้นชื่อว่าย่อมเห็นแม้ทุกข์แม้ทุกขสมุทัย แม้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา
ผู้ใดย่อมเห็นทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ผู้นั้นชื่อว่า ย่อมเห็นแม้ทุกข์ แม้ทุกขสมุทัย แม้ทุกขนิโรธ
#ควัมปติสูตร (สังยุตตนิกาย มหาวรรค)




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น