"ตาบอด คลำช้าง"
"ตาบอด คลำช้าง"
คราวครั้งหนึ่ง พระพุทธองค์ประทับอยู่ที่เชตวันวิหาร กรุงสาวัตถี สมณพราหณ์ได้เกิดบาดหมางกัน เกิดทะเลาะกัน วิวาทกัน ทิ่มแทงกันด้วยหอกคือปากว่า ธรรมเป็นเช่นนี้ ธรรมไม่เป็นเช่นนี้ พระพุทธองค์จึงได้ตรัสถึงเรื่องตาบอดคลำช้างว่า...
"มีพระราชาพระองค์หนึ่ง สั่งเกณฑ์คนตาบอดในเมืองมารวมกันที่ใต้ต้นมะกอก แล้วนำช้างมาให้คนตาบอดคลำดู จึงตรัสถามถึงลักษณะของช้างกับคนตาบอดว่าเป็นเช่นไร
พระราชา : ดูก่อนคนตาบอดทั้งหลาย พวกท่านคลำช้างแล้ว ได้เห็นช้างแล้วหรือ?
คนตาบอด : พวกข้าพระองค์ ได้เห็นช้างแล้วพระพุทธเจ้าข้า
พระราชา : พวกท่านกล่าวว่า ได้เห็นช้างแล้ว เช่นนั้นหรือ?
คนตาบอด : พระพุทธเจ้าข้า พวกข้าพระองค์ได้เห็นช้างแล้ว
พระราชา : งั้น เราขอถามท่านทั้งหลายว่า ช้างเป็นเช่นไร?
คนตาบอด : ช้างเหมือนกระด้ง(คลำถูกหู) ... ช้างเหมือผาลไถ(คลำถูกงา)... ช้างเหมือนงอนไถ(คลำถูกงวง)... ช้างเหมือนยุ้งฉาง(คลำถูกลำตัว)... ช้างเหมือนเสา(คลำถูกขา) ... ช้างเหมือนครกตำข้าว(คลำถูกหลัง) ... ช้างเหมือนไม้กวาด(คลำถูกหาง)...
คนตาบอดได้ถกเถียงกันไปมาว่า คำกล่าวของตนเองถูก ของคนอื่นผิด เถียงกันอยู่นาน สักพักลมพัดมาถูกต้นมะกอก ลูกมะกอกหล่นลงถูกศรีษะคนตาบอด คนตาบอดจึงเกิดความเข้าใจว่า อีกฝ่ายทำร้ายตน จึงเกิดการชกต่อยกันชุลมุนขึ้น
พระราชา : ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกคนบอด ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
พระพุทธองค์ตรัสเรื่องตาบอดคลำช้างจบ ได้ตรัสขึ้นว่า
"สมณพราหมณ์พวกหนึ่ง ย่อมข้องอยู่เพราะทิฏฐิอันหาสาระมิได้ ชนทั้งหลายผู้เห็นโดยส่วนเดียว ถือผิดซึ่งทิฏฐินิสัยนั้น ย่อมถึงการวิวาทกัน"
อ้างอิงจาก : พระไตรปิฎก กิรสูตรที่ ๑ เล่ม ๒๕ หน้า ๑๒๕ ฉบับสยามรัฐ
หมายเหตุ : ศาสนธรรมในเวลานี้ ก็ไม่ต่างจากเรื่องตาบอดคลำช้าง พอกันทีกับศาสนธรรมแบบคนตาบอด กูพุทธพจน์ กูพุทธโอษฐ์ กูพุทธวจนะ กูพระไตรปิฎก กูกัมมัฏฐาน กูวิปัสสนา กูเพ่งฌาน กูดูจิต กูอภิธรรม กูพระสูตร กูพระวินัย กู กู กู.....
..."ศาสนธรรมนี้ มีไว้สำหรับคนมีตาเท่านั้น"...
จารุวณฺโณ ภิกฺขุ



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น