#ปฏิปทาวัตร *...ตอนที่ ๙...* เกิดมิจฉาสมาธิ






*...ตอนที่ ๙...*
เกิดมิจฉาสมาธิ
มีโยมมาทักท้วงบอกว่าร่างกายเราอยู่ได้ด้วยอาหารนะ นิมนต์ท่านฉันอาหารเถอะ ฉันน้อยเกินไปจะทำให้เสียสุขภาพได้ พอได้สติจากการเตือนของโยมเห็นว่าเขามีเจตนาดี ก็เลยรับในการฉันอาหารเพิ่มมากขึ้น จาก ๕ คำเป็น ๑๐ เป็น ๑๕ เป็น ๒๐ จนนับได้ว่าเวลาคนเราฉันอาหารนั้นจะอิมประมาณคำที่ ๓๐
จากนั้นก็เกิดความคิดที่อยากจะทดลองพลังจิตของตนเอง อยากจะทดลองสมาธิ อยากจะเหาะ อยากจะแสดงอิทธิฤทธิ์ต่าง ๆ นานา ซึ่งตอนนั้นยังไม่เข้าใจว่าจิตที่เป็นนั้นเป็นมิจฉาสมาธิ ก็เลยอยากจะทดลองพลังจิตคือตัวสมาธินี้ พยายามเหาะเพื่อให้คนได้เห็นได้ดูจะได้เห็นว่าศาสนานี้มีคุณค่าในการปฏิบัติจริง ๆ
เมื่อจิตอยากจะทดลองเหาะก็ได้ขึ้นไปที่หอระฆังชั้นที่ ๓ แต่พอจะเหาะจริง ๆ ก็เกิดกลัวความสูง (โดยนิสัยส่วนตัวแล้วเป็นคนกลัวความสูง) ไม่กล้าเหาะดังที่ตั้งใจไว้ คิดว่า “เอ... จะทำอย่างไรดี” ตัดสินใจอยู่ ๓ หน สุดท้ายแล้วก็ไม่กล้า จึงเดินลงจากหอระฆัง ก็มีจิตดวงหนึ่งที่อยากจะทดลองเหาะเย้ยตนเองอยู่ตลอดเวลาว่า “ใจไม่กล้าหรือ ทำไมไม่มีศักดิ์ศรี ไม่ทดลองดู ถ้าลองเหาะดู หากเหาะได้ก็จะแสดงอิทธิฤทธิ์ให้คนได้รู้ได้เห็นคุณค่าของศาสนาว่า ศาสนานี้มีคุณค่าในเรื่องของการปฏิบัติที่เข้าถึงได้ จริง” การทดลองจะเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์นั้นไม่ได้ เป็นไปเพื่ออวดตนเอง แต่อยากจะแสดงคุณค่าของศาสนาให้คนได้รู้ในเรื่องนี้
จิตจึงเกิดสับสน ฟุ้งซ่าน วุ่นวาย ไม่รู้ว่าจะแก้ไขจิตได้อย่างไร จึงได้หาหลักมาแก้ไข ได้หลักของสติปัฏฐาน ๔ ซึ่งในสติปัฏฐาน ๔ กล่าวถึงกาย เวทนา จิต ธรรม ตอนนี้เริ่มเข้าหาหลักของอภิธรรม มีหนังสืออภิธรรมเก่าอยู่เล่มหนึ่ง จึงเอามาอ่านในเรื่องสติปัฏฐาน ๔ ว่าด้วยเรื่องของกาย เวทนา จิต ธรรม พออ่านจบก็เกิดการพิจารณารู้เนื้อความของสติปัฏฐาน ๔ ในเวลานั้นจิตเกิดความสงบขึ้นมาทันที

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม