ปฏิปทาวัตร ตอนที่ ๑๗.. #จิตเข้าถึงพระรัตนตรัย
จากนั้นจึงตั้งจิตอธิษฐานมุ่งเจาะจงลงที่พระรัตนตรัยว่า ขอพึ่งพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ที่เป็นที่พึ่งได้จริง ๆ อันที่พึ่งไม่ได้จะไม่พึ่ง จึงประกาศขึ้นมาในคำอธิษฐานว่า “ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า” จากนั้นก้มกราบลง จึงมีลูกแก้วใส ๆ ใสปิ๊ง วาบขึ้นมาอยู่รอบ ๆ ตัวเรา เป็นลูกกลม ๆ ครอบร่างกายเราไว้อยู่ ก็เกิดความอัศจรรย์ขึ้นมาในเวลานั้น ความทุกข์ ความทรมาน ความวุ่นวาย ความสับสน ความท้อแท้อ่อนแอในจิต อะไรทั้งหมดที่มีในใจ หายไปหมดเลย ดับหายไปหมด
จิตของอาตมาตอนนั้น เหมือนมีเครื่องรองรับขึ้นมาทางใจ จิตไม่กลิ้งไม่หมุนไปตามอารมณ์ใด ๆ จิตนิ่งสงบ คงที่ ตั้งมั่น และรับทราบกับพระรัตนตรัยแบบแนบแน่น เห็นลูกแก้วที่ครอบร่างกายไว้เหมือนตนเองนั่งอยู่ในลูกแก้ว คือเห็นด้วยตาเปล่าอยู่รอบตัวตลอดเวลา จึงตั้งอธิษฐานอีกว่า "ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระธรรมเป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า” ก็เห็นเป็นลูกแก้วลูกที่สองขึ้นมาอีก วาบขึ้นมาเท่ากับลูกแก้วลูกแรก ก็ครอบร่างกายไว้อีกอธิษฐานต่ออีกว่า “พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระสงฆ์เป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า” พอกราบลงก็เกิดเป็นลูกแก้วลูกที่สามขึ้นมา แล้วลูกแก้วทั้งสามดวงก็รวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เกิดสภาพเป็นวงครอบตัวอาตมาไว้
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เข้าใจความหมายของพระรัตนตรัยในขณะนั้นทันที ไม่ต้องไปตีความหมายอะไรให้ยากเลยว่า “อ๋อรัตนตรัยก็คือแก้วอันประเสริฐสามประการรวมเป็นหนึ่งเดียว คือพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ” จึงได้มองย้อนไปดูการพึ่งพระรัตนตรัยในครั้งก่อน ๆ สิ่งที่เราเคยฟังมาทั้งหมด เป็นการพึ่งพระรัตนตรัยแบบผิด ๆ ผิดอย่างมหันต์ และคนทั่วทั้งประเทศที่พึ่งพระรัตนตรัยก็พึ่งผิดกันทั้งประเทศ ตอนนั้นมองอย่างนั้น มองรวมไปหมดเลย อาตมาได้อุทานขึ้นในใจว่า “โอ้...อัศจรรย์มาก การพึ่งพระรัตนตรัยเป็นการพึ่งแบบธรรมชาติจริง ๆ เป็นการโน้มจิตของเราให้เข้าถึงพลังแห่งพระรัตนตรัยที่มีพลังงานแห่งความเป็นพระรัตนตรัยอยู่แล้วในหลักธรรมชาติ เป็นพลังงานแห่งความบริสุทธิ์โดยแท้"
ทำไมถึงเรียกว่า“ พลังงาน” เพราะพระรัตนตรัยทำให้เกิดกำลังอานุภาพขึ้นมารองรับจิตได้ กำจัดความทุกข์ออกจากจิตได้ สิ่งนี้ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ สิ่งนี้คือพลังธรรมชาติที่เป็นลักษณะของพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะปรากฏกับจิตอยู่ โดยแต่ก่อนเราไม่รู้ แต่บัดนี้เราเกิดการรับรู้แล้ว เหมือนเป็นเรื่องลึกลับ แต่ไม่ลึกลับ เพราะเป็นสิ่งที่ปรากฏกับจิตได้ เชื่อมต่อเข้ามากับจิตได้ และรองรับจิตได้ เกิดความอบอุ่นใจ เบาใจ สบายใจ โล่งใจ ปลอดโปร่ง สบาย
เรื่องวุ่นวายในใจทั้งหมดหายไปหมดเลย จิตไม่เคยคิดในแง่ร้ายเลย คิดแต่แง่ดี ๆ หลักธรรมอะไรเข้ามาจะพลิกหมดแม้แต่เรื่องร้าย ๆ เข้ามาจะพลิกเป็นเรื่องดีทั้งหมด คิดเป็นเรื่องดีทั้งหมด ไม่มีคิดเรื่องร้าย จิตเกิดความผ่องใสขึ้น จึงคิดว่านี่เป็นเรื่องอัศจรรย์จากการปฏิบัติ นี่คือประสบการณ์อย่างหนึ่ง นี่คือเรื่องของพระรัตนตรัยที่เป็นการเข้าถึงในจิต ซึ่งไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน ไม่มีใครสอนการเข้าถึงพระรัตนตรัยอย่างนี้มาก่อนเลยในชีวิต...
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น