#ปฏิปทาวัตร *..ตอนที่ ๑๐..*



*..ตอนที่ ๑๐..*
แก้มิจฉาสมาธิด้วยสติปัฏฐาน ๔
เมื่อจิตเกิดความสงบจึงได้จับเอาเนื้อของสติปัฏฐาน ๔ ที่พิจารณาได้ในตอนนั้นมากำหนดรู้ในขณะนั้นว่า กายานุปัสสนา เราก็ชัดเจนมาแล้วในเรื่องการพิจารณาธาตุ ๔ จึงกำหนดลงไปในธาตุแห่งกายนี้ว่า เมื่อร่างกายได้สลายเป็นธาตุ ๔ เป็นดิน น้ำ ไฟ ลมแล้ว เวทนานุปัสสนา (สุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์) ที่อาศัยกายเกิดขึ้นก็ต้องดับไปด้วย ในขณะนั้นปรากฏเป็นจิตใสเด่นขึ้นมาไม่มีกายเหลือแต่จิต (จิตตานุปัสสนา) จึงกำหนดดูว่าจิตที่เป็นอยู่ในเวลานั้น มีอารมณ์อะไรปรากฏอยู่หรือไม่ จิตมีราคะ โทสะ โมหะอย่างใดอย่างหนึ่งปรากฏอยู่หรือไม่ ปรากฏว่าไม่มีสักอย่าง จิตก็เป็นเพียงแค่ความคิดอันหนึ่งที่ผุดเกิดขึ้น ก็กำหนดดูความคิดนั้นว่าเป็นกุศลธรรม อกุศลธรรม หรือ อัพยากตธรรม (ธัมมานุปัสสนา)
จึงได้เอาเนื้อความของสติปัฏฐาน ๔ ไปปฏิบัติด้วยการเดินจงกรม แล้วแยกจิตออกเป็นกุศลและอกุศล ทำเท่านั้นเอง แค่กำหนดรู้ว่าจิตนี้เป็นกุศล จิตนี้เป็นอกุศล ในภาวะความคิดที่เกิดขึ้นก็เพียงแค่ทักว่า ความคิดนี้เป็นกุศลหรือความคิดนี้เป็นอกุศลสองอย่างนี้เท่านั้น ปรากฏว่าจิตมันลงสู่ความเป็นกลางอัตโนมัติ
ทันทีที่จิตลงสู่ความเป็นกลาง กุศลเกิดขึ้นจิตก็วาง อกุศลเกิดขึ้นจิตก็วางเช่นกัน เกิดความสงบล้ำลึกอยู่ภายใน รู้สึกเหมือนจิตเป็นก้อนใสสว่างจ้าขึ้นมาท่ามกลางอก แม้ไม่นั่งสมาธิก็รับรู้รับทราบได้ ปรากฏว่าเกิดการปล่อยวางความคิดทั้งมวล เหลือ แต่ความรู้ในจิตที่จ้าใสออกมาตลอดระยะเวลาที่เป็น
รักษาจิตไว้กับสติปัฏฐาน ๔ จนถึงกาลออกพรรษาก็ยังไม่รู้ทั่วถึงธรรมของพระพุทธเจ้าเลย จึงคิดว่าเราจะต้องลาสิกขา แต่ก็มีความรู้สึกเสียดายความสงบของจิตอยู่ แต่เราก็ไม่รู้ว่าจะปฏิบัติอย่างไรให้จิตก้าวหน้าไปกว่าเดิม จึงได้ไปขอลาสิกขากับพระเจ้าอาวาส เจ้าอาวาสท่านบอกว่า “ชั่งน้ำหนักใจดูให้ดี ๆ ว่าที่อยากจะลาสิกขากับที่อยากจะอยู่ต่อที่วัดนั้น อันไหนมากกว่ากัน”
ในเวลานั้นนึกเสียดายข้อปฏิบัติทั้งหมดที่เคยปฏิบัติมา เพราะคิดว่าถ้าลาสิกขาออกไปก็คงไม่ได้ปฏิบัติอย่างนี้อีก แต่เนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติต่อไปได้อีก เพราะไม่รู้จะปฏิบัติอย่างไร ไม่มีใครชี้แนะ ไม่มีใครบอก ไม่มีใครสอน ท่านเจ้าอาวาสก็ไม่สามารถที่จะสอนได้ แต่ท่านบอกให้ชั่งน้ำหนักดูดี ๆ ก็เห็นน้ำหนักของใจเป็นน้ำหนักที่เท่ากัน อยากจะสึกก็ครึ่งหนึ่ง อยากจะอยู่ต่อก็ครึ่งหนึ่ง น้ำหนักเท่ากันอยู่ จึงตกลงใจว่า ถ้าเท่ากันอยู่ก็อย่าเพิ่งตัดสินใจอะไร รอเวลาไปก่อน
[โดย จารุวณฺโณ ภิกฺขุ]
#รอติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับโดยสามเณรจิตติศักดิ์ โสภาศรี

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม