#ปฏิปทาวัตร *..ตอนที่ ๑๔..*
องค์ธรรมไหลรวมลงในจิต
รู้สึกจิตปลอดโปร่งขึ้นอย่างแปลกประหลาด สักพักก็ปรากฏว่ามีองค์ความรู้ขึ้น ไหลรวมเข้ามาตรงกลางหน้าอก สักระยะหนึ่งก็รวมกันเป็นดวงความรู้ใสสว่างอยู่ท่ามกลางอก มีความรู้สึกกายเบาจิตเบา และรู้สึกตัวทั่วพร้อมในกายในจิต อาการที่ได้พิจารณาธรรมก็หยุดพิจารณาเอง เป็นแต่เพียงผู้ดูดวงความรู้ที่รวมดวงอยู่กลางอกนั้น
อาการก็คล้าย ๆ กับตอนพิจารณาสติปัฏฐาน ๔ ต่างกันตรงเวลาพิจารณามรรค ๘ ได้เกิดองค์ความรู้ของมรรค ๘ เป็นองค์ความรู้แวดล้อมจิตที่แตกต่างจากการพิจารณาสติปัฏฐาน ๔ เพราะเมื่อพิจารณาสติปัฏฐาน ๔ เกิดเป็นดวงจิตผ่องใสสว่างไสวออกมาแล้วตัดกระแสที่ผ่านเข้ามาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่ได้พิจารณาอารมณ์เพราะอารมณ์ถูกตัดด้วยกระแสพลังของสติ โดยดวงความรู้ของมรรค ๘ นี่ทำการพิจารณาทุก ๆ อารมณ์ ทำให้เรากำหนดรู้ทุกข์ได้ทัน รู้เหตุให้เกิดทุกข์ได้ทัน รู้ทางดับทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ได้ เป็นการรู้ทันแต่ยังไม่เกิดปัญญาใน “การละ” จึงทราบขึ้นมาในจิตขณะนั้นว่านี่ต้องเป็นหนทางที่ถูกต้องแน่แล้ว
ดวงความรู้นี้ปรากฏอยู่ท่ามกลางอกตลอดเวลาไม่เสื่อมคลายเลย คอยทำหน้าที่พิจารณาทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในจิต จึงตกลงใจบอกกับตนเองว่า “ไอ้ต้น ไปอยู่กับหลวงปู่คำสุข ไม่ต้องลาสิกขาแล้ว” จึงตกลงใจว่าจะไปอยู่กับหลวงปู่คำสุข
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังฉันเช้าเสร็จหลวงปู่ก็พาไปกราบพระธาตุของหลวงพ่อชา ที่วัดหนองป่าพง จากนั้นก็ไปอยู่ที่เพชรบูรณ์ พอไปอยู่กับท่านก็ตัดสินใจจำพรรษากับท่าน ในวันที่จำพรรษากับท่านนั้นก็พรรษาที่สองแล้ว (พ.ศ. ๒๕๕๔) หลวงปู่คำสุขได้สอนข้อวัตรทั้งหมดให้ ท่านบอกอาตมาว่า นอกจากหลวงตามหาบัวกับลูกศิษย์ของท่านแล้ว นอกนั้นก็ไม่มีใครรักษาข้อวัตรของหลวงปู่มั่นแล้ว ท่านจะสอนข้อวัตรทั้งหมดของหลวงปู่มั่นให้ สมัยก่อนวัดทุกวัดในทางภาคอีสานจะใช้ข้อวัตรหลวงปู่มั่นทั้งหมด จะไม่มีข้อวัตรของครูบาอาจารย์นั้นครูบาอาจารย์นี้ จะใช้เฉพาะข้อวัตรของหลวงปู่มั่นเท่านั้น

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น