#ปฏิปทาวัตร *..ตอนที่ ๑๕..*
มอบตัวเป็นศิษย์หลวงปู่คำสุข
หลวงปู่เล่าให้ฟังว่าทุกวันนี้มีการแบ่งแยกกันว่า ข้อวัตรของครูบาอาจารย์นั้น ครูบาอาจารย์นี้ จนที่เรียกว่าข้อวัตรหลวงปู่มั่นก็หายไป ท่านจึงทุ่มเทการสอนข้อวัตรทั้งหมดให้ ท่านบอกว่าถ้ายังไม่เป็นข้อวัตรจะภาวนาอย่างไรก็ไม่ก้าวหน้า จึงได้มอบตัวเป็นลูกศิษย์ท่าน เรียนรู้ข้อวัตรกับท่าน แต่ในขณะที่เรียนข้อวัตรนั้น ท่านจะดุด่าเราอยู่ตลอด คอยพูดกำชับให้เราทำโน่นทำนี่ แต่เราไม่พร้อมที่จะถูกด่าหรือถูกตำหนิในเวลานั้น จึงเกิดความคิดเห็นที่ขัดแย้งและคัดค้านกับท่านอยู่เสมอ จนทำให้เกิดความขุ่นมัวภายในจิต
เวลาท่านสอนข้อวัตรนั้น เป็นการควบคุมบังคับให้เราทำ จนเราไม่เข้าใจในสิ่งที่เป็นข้อวัตรอันนั้นว่าเป็นข้อวัตรจริงหรือไม่ เพราะเราก็มีความรู้เรื่องข้อวัตรปฏิบัติ แต่ไม่เคยทำ พอรู้ว่ามีในตำรับตำราที่เคยเรียนมา เพราะบางอย่างก็ขัดกับความรู้ที่เคยเรียน แต่ท่านก็พยายามสอนเราด้วยวัตรปฏิปทาที่รุนแรง คือทั้งด่า ทั้งตำหนิ พูดด่าด้วยวาจาที่รุนแรง จึงเกิดความไม่พอใจ จิตใจเกิดความขุ่นมัว จิตที่เคยเป็นสมาธิก็ไม่เป็นสมาธิอีกต่อไป จนเกิดการตำหนิครูอาจารย์ในเวลานั้น และขัดแย้งกับท่านมาตลอด จนถึงขั้นจะลาสิกขา เพราะในพรรษาที่สองนึกว่าครูอาจารย์จะช่วยชีทางให้เราได้ดีกว่าเดิม แต่กลับกลายเป็นว่าจิตใจของเราเกิดกำแย่กว่าเดิม เกิดความอึดอัด ทุกข์ทรมาน หาความสงบในใจไม่ได้เลย ตลอดระยะเวลาพรรษาที่สองทั้ง ๓ เดือนนั้นซึ่งแตกต่างจากพรรษาแรก
พรรษาแรกยังได้เจอความสงบอยู่บ้าง แต่พรรษาที่สองไม่เคยเจอเลย เพราะถูกดุด่าทุกวัน ตอนนั้นก็นึกหาที่พึ่ง เพราะขัดแย้งกับครูบาอาจารย์ ซึ่งชาวบ้านละแวกนั้นก็ร่ำลือและพูดกันว่าท่านเป็นพระอรหันต์แล้ว เราไปขัดแย้งกับพระอรหันต์เราคงจะมีวิบากกรรมและได้รับโทษที่จะต้องไปตกนรกแน่ เมื่อพูดถึงนรกก็เกิดกลัวขึ้นมา เกิดความหวาดสะดุ้งภายในใจคิดอยู่ตลอดว่า “เอ...จะทำอย่างไรเราถึงจะสามารถพ้นจากนรกได้ พ้นจากความขุ่นมัวภายในจิตได้” พูดง่าย ๆ ว่า “ทำไมจิตเราถึงได้วุ่นวายอย่างนี้” จึงคิดว่าอะไรที่จะเป็นที่พึ่งให้กับเราได้ตอนที่จิตมันปันป่วนวุ่นวายอยู่นั้น

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น